Corporate Profile

Corporate Milestone


    • เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2560 มีมติอนุมัติที่สำคัญ ดังนี้
      • อนุมัติลดทุนจดทะเบียนจำนวน 257,500,000 บาท เป็น 200,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 115,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อตัดหุ้นเพิ่มทุนที่ยังไม่ได้จำหน่ายออกจาก ทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ
      • อนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 200,000,000 บาท เป็น 270,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญ เพิ่มทุนจำนวน 140,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเสนอขายต่อประชาชน ทำให้ บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 270,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 540,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
    • เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2560 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2560 มีมติอนุมัติที่สำคัญ ดังนี้
      • อนุมัติการออกหุ้นกู้ (Bond) ครั้งที่ 1/2560 มูลค่ารวม 210 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6.75 ต่อปี หุ้นกู้ดังกล่าวเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีหุ้นของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นหลักประกัน มีคุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์เป็นผู้ค้ำประกัน มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และมีอายุ 1 ปี 6 เดือน การออกหุ้นกู้ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการและชำระภาษีค้างจ่ายแก่สรรพากร และลดภาระเบี้ยปรับเงินเพิ่มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
    • เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2560 บริษัทฯ ได้ร่วมกับ History Channel ในการเผยแพร่สารคดีชุด “The Peoples’ Queen – พระราชินีในดวงใจ ซึ่งเป็นสารคดีที่ถ่ายทอดพระราชประวัติ และพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ เพื่อเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินนีนาถ

    • เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 4/2559 มีมติออกหุ้นกู้(Bond) ครั้งที่ 1/2559 จำนวน 2 ชุด มูลค่ารวม 400 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6.25 ต่อปี หุ้นกู้ดังกล่าวเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และมีอายุ 2 ปี การออกหุ้นกู้ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน และคืนเงินกู้ระยะสั้นให้กับสถาบันการเงิน เป็นหลัก
    • ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2559 มีมติอนุมัติที่สำคัญ ดังนี้
      • อนุมัติการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน)”
      • อนุมัติการเปลี่ยนมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากหุ้นละ 100 บาท เป็นหุ้นละ 0.50 บาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีจำนวนหุ้นสามัญจาก 2,000,000 หุ้น เป็น 400,000,000 หุ้น
      • อนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 200,000,000 บาท เป็น 257,500,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญ เพิ่มทุนจำนวน 115,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเสนอขายต่อประชาชน ทำให้ บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 257,500,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 515,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
    • เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2559 สำนักงาน ก.ล.ต. ได้มีมติอนุมัติในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ (Bond) ครั้งที่ 1/2559 จำนวน 2 ชุด มูลค่ารวม 400 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6.25 ต่อปี หุ้นกู้ดังกล่าวเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และมีอายุ 2 ปี โดยเป็นการเสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่
    • เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 บริษัทฯ ได้จ่ายชำระคืนตั๋วแลกเงิน จำนวน 10 ฉบับ วงเงินรวมไม่เกิน 180.00 ล้านบาท ทั้งจำนวนแก่นักลงทุน ทั้งนี้ตั๋วแลกเงินดังกล่าวเป็นตั๋วแลกเงินแบบมีหลักประกัน อายุไม่เกิน 180 วัน
    • เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2559 นางสาวพิชัญญา กัญจนาภรณ์ ขายหุ้นที่ถืออยู่ส่วนหนึ่งให้แก่ นางภัณฑิรา ฉัตรจุฑามาส ทั้งนี้ ภายหลังการขายหุ้นดังกล่าว นางสาวพิชัญญา กัญจนาภรณ์ และ นางภัณฑิรา จะถือหุ้นในบริษัทฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.00 และร้อยละ 2.00 ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้วของบริษัทฯ ตามลำดับ
    • เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 บริษัทฯ ได้รับสิทธิ์จาก National Broadcasting Company Universal (NBC) เพื่อผลิตและเผยแพร่รายการต่าง ๆ ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี (CNBC) ในรูปแบบภาษาไทย โดยรายการที่ได้รับสิทธิ์เป็นผู้ผลิตและออกอากาศ อาทิเช่น รายการข่าวประจำวัน รายการข่าวเศรษฐกิจ เป็นต้น
    • เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 เปลี่ยนชื่อ “บริษัท เจเคเอ็น แอลเอสไอ จำกัด” เป็น “บริษัท เจเคเอ็น นิวส์ จำกัด”
    • เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 เปลี่ยนชื่อ “บริษัท เจเคเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด” เป็น “บริษัท เจเคเอ็น ไอเอ็มซี จำกัด”
    • เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ ได้ร่วมกับ 22 ช่องสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทย เพื่อออกอากาศ สารคดีชุด “My King ในหลวงของเรา... ความสุข ความทรงจำ นิรันดร” ซึ่งเป็นภาพยนตร์สารคดีที่ถ่ายทอดพระราชประวัติ และโครงการต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการถวายความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระองค์

    • เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2559 นางสาวพิชัญญา กัญจนาภรณ์ ขายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งจำนวนให้แก่ นายศรัณย์ ศรัณย์เวชกุล ทั้งนี้ ภายหลังการขายหุ้นดังกล่าว นายศรัณย์ จะถือหุ้นในบริษัทฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.00 ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้วของบริษัทฯ
    • เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ ได้รับพระราชานุญาตจัดทำสารคดี “My King ในหลวงของเรา...ความสุข ความทรงจำนิรันดร” ซึ่งเป็นสารคดีที่จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และพระราชประวัติขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
    • ณ วันที่ 27 มกราคม 2558 ได้รับพระราชทานพระฉายาลักษณ์ ภาพพระราชกรณียกิจ และพระราชทานพระราชานุญาตทำสำเนาวีดิทัศน์พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ ไปจัดทำสารคดี ชุด “My Princess – สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ เจ้าหญิงของเรา” โดยนำเนื้อหาของสารคดีดังกล่าวจัดพิมพ์เป็นหนังสือ แผ่นดีวีดี และเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้าของ National Geographic

    • ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ขายหุ้นที่ถืออยู่ส่วนหนึ่งให้แก่ บริษัท มีเดีย คิงส์ จำกัด ซึ่งทำให้ บริษัท มีเดีย คิงส์ จำกัด เข้าถือหุ้นในบริษัทฯ คิดเป็นร้อยละ 20.00 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัท มีเดีย คิงส์ จำกัด เป็นบริษัทภายใต้การควบคุมของนายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์
    • บริษัท มีเดีย คิงส์ จำกัด ขายหุ้นที่ถืออยู่ส่วนหนึ่งให้แก่ นางสาว พิชัญญา กัญจนาภรณ์ ทั้งนี้ ภายหลังการขายหุ้นดังกล่าว บริษัท มีเดีย คิงส์ จำกัด และนางสาวพิชัญญา กัญจนาภรณ์ ถือหุ้นในบริษัทฯ คิดเป็นร้อยละ 17.00 และร้อยละ 3.00 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ ตามลำดับ
    • ณ วันที่ 30 เมษายน 2558 บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท เจเคเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเดิมนายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ และผู้ที่เกี่ยวข้องถือหุ้นโดยตรง และ/หรือ มีอำนาจควบคุมในบริษัทดังกล่าว ภายหลังการเข้าซื้อหุ้น บริษัทฯ จะถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุน จดทะเบียนของบริษัท เจเคเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด
    • ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 เปลี่ยนชื่อ “บริษัท เจเคเอ็น ทราเวล จำกัด” เป็น “บริษัท เจเคเอ็น โนว์เลดจ์ จำกัด” ณ วันที่ 11 ธันวาคม 2558 เปลี่ยนชื่อ “บริษัท เจเคเอ็น ดิจิตอล จำกัด” เป็น “บริษัท เจเคเอ็น แอลเอสไอ จำกัด”
    • ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 บริษัทฯ เปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท เอสทีจีซีพี จำกัด” เป็น “บริษัท เจเคเอ็น ลิฟวิ่ง จำกัด”
    • เมื่อเดือนมีนาคม 2557 ร่วมกับกระทรวงการคลัง และ National Geographic ผลิตและจำหน่ายภาพยนตร์สารคดี พร้อมเหรียญกษาปณ์ชุด “พุทธามหากษัตริย์”

    • เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2557 บริษัทฯ ได้ก่อตั้ง “บริษัท เจเคเอ็น ทราเวล จำกัด” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจสถาบันฝึกอบรมให้กับบุคคล คณะบุคคลและนิติบุคคล ด้วยทุนจดทะเบียนเท่ากับ 1,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 70 ของทุนจดทะเบียนของบริษัท ปัจจุบันบริษัท เจเคเอ็น ทราเวล จำกัด อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจดังกล่าว
    • เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 9/2557 มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 5,000,000 บาท เป็น 100,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 950,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ
    • ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 บริษัทฯ เปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท เจเคเอ็น ลิฟวิ่งจำกัด” เป็น “บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด”
    • ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2557 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในหุ้นสามัญของ “บริษัท เจเคเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด โดยเป็นการซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้บริหารของบริษัทฯ โดยเข้าถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 70 ของทุนจดทะเบียนของบริษัท เจเคเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด ทั้งนี้ ทุนจดทะเบียนของบริษัท เจเคเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด เท่ากับ 1,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท
    • บริษัท เจเคเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายเวลาโฆษณาของสถานีโทรทัศน์ระบบผ่านดาวเทียมของกลุ่มบริษัท และสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิตอลซึ่งกลุ่มบริษัทซื้อมาจากทางสถานีระบบดิจิตอล ทั้งนี้ บริษัท เจเคเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด เริ่มประกอบธุรกิจในไตรมาส 1 ปี 2559 โดยเป็นตัวแทนจำหน่ายเวลาโฆษณาของช่องรายการ “JKN Dramax” ซึ่งเป็นช่องรายการของกลุ่มบริษัท
    • เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 21/2557 มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 100,000,000 บาท เป็น 200,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ
    • ณ วันที่ 25 กันยายน 2557 บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นของบริษัท เจเคเอ็น ทราเวล จำกัด จากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้บริหารของบริษัทฯ  ภายหลังการเข้าซื้อหุ้น บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียนของบริษัท เจเคเอ็น ทราเวล จำกัด
    • ณ วันที่ 25 กันยายน 2557 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในหุ้นสามัญของ “บริษัท เจเคเอ็น แชนแนล จำกัด” โดยเป็นการซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้บริหารของบริษัทฯ  ภายหลังการซื้อหุ้น บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียนของบริษัท เจเคเอ็น แชนแนล จำกัด ทั้งนี้ ทุนจดทะเบียนของบริษัท เจเคเอ็น แชนแนล จำกัด เท่ากับ 1,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท
    • บริษัท เจเคเอ็น แชนแนล จำกัด ประกอบธุรกิจสถานีโทรทัศน์ระบบผ่านดาวเทียม โดยการเช่าสถานีโทรทัศน์ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน ก่อนจะขออนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อประกอบธุรกิจกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์สำหรับให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (กิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่) ที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง ช่องรายการ “JKN Dramax” ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2559
    • เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2557 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนใน “บริษัท เจเคเอ็น ดิจิตอล จำกัด” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจช่องสถานีโทรทัศน์ประเภทข่าว ด้วยทุนจดทะเบียนเท่ากับ 1,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียน
    • เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 6/2557 มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท เจเคเอ็น แชนแนล จำกัด จาก 1,000,000 บาท เป็น 100,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 990,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ
    • ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2557 ได้รับพระราชานุญาตเชิญพระฉายาลักษณ์ และภาพพระราชกรณียกิจ จัดทำสารคดีชุด My Queen – พระราชินีของเรา ความยาว 120 นาที เพื่อเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม และพระพระราชานุญาตจัดทำเป็นหนังสือประกอบดีวีดีสารคดีร่วมกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สหรัฐอเมริกา

    • ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต จัดทำสารคดีชุด “King Bhumibol of Thailand : The People’s King – ในหลวงในดวงใจ” ความยาว 60 นาที

    • จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทฯ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2556 ภายใต้ชื่อ “บริษัท เอสทีจีซีพี จำกัด” ด้วยทุน จดทะเบียนเริ่มต้น เท่ากับ 1,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 100 บาท
    • ได้รับมอบหมายจากบริษัท เอสทีจี มัลติมีเดีย จำกัด (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เจเคเอ็น แลนด์มาร์ค จำกัด หรือ JKN Landmark) ในการบริหารและจัดการเผยแพร่ สารคดี “My King ในหลวงของเรา” ซึ่งเป็นสารคดีที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 85 พรรษาของ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยสารคดีดังกล่าวเป็นการทำร่วมกับ National Geographic ประเทศสหรัฐอเมริกา

    • ได้รับมอบหมายจาก JKN Landmark ในการบริหารและจัดการจำหน่ายเสื้อ “ยิ้มให้พ่อ” ซึ่งเป็นเสื้อ ตราพระราชทานแห่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ที่ JKN Landmark ซื้อจากมูลนิธิชัยพัฒนา

    • ได้รับมอบหมายจาก JKN Landmark ในการดูแลการจัดจำหน่ายน้ำดื่มตรา “ภัทรพัฒน์” ซึ่งเป็น ตราพระราชทานแห่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยรายได้จากการจำหน่าย JKN Landmark นำเข้าสมทบโครงการสร้างความรู้และส่งเสริมอาชีพเกษตรกร ตลอดจนโครงการพระราชดำริ

    • เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2556 บริษัทฯ ได้รับรางวัล “Best Packaging” จาก National Geographic จากภาพยนตร์สารคดี “My King” ในงาน MIPCOM ณ ประเทศฝรั่งเศส

    • 27 พฤศจิกายน 2556 ได้รับพระบรมราชานุญาตให้เป็นผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดี “The People’s King ในหลวงในดวงใจ” ร่วมกับ History Channel
    • เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 5/2556 มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,000,000 บาท เป็น 5,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 40,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ