ทีวีดิจิทัลขาลง JKN-CNBC เลือกบุกสื่อทุกแพลตฟอร์ม

ทีวีดิจิทัลขาลง JKN-CNBC เลือกบุกสื่อทุกแพลตฟอร์ม เตรียมปล่อยแอพพลิเคชั่น 'JKN-CNBC' ขยายฐานผู้ชมตอกย้ำเป้าหมายขึ้นเป็นเบอร์ 1 สำนักข่าวเศรษฐกิจ

นางสาวสโรชา พรอุดมศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น นิวส์ จำกัด บริษัทย่อยในเครือ JKN เปิดเผยว่า สำหรับแผนงานในปี 2563 บริษัทมีแผนพัฒนาแอพพลิเคชั่น JKN-CNBC เพื่อขยายช่องทางการรับชมคอนเทนต์ข่าวเศรษฐกิจผ่านช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ดาวน์โหลดได้ภายในไตรมาสแรก ปี 2563 รวมทั้งมีแผนผลิตรายการภายใต้สถานีข่าว JKN-CNBC ให้ทีวีดิจิทัลอีก 2 ช่อง และเตรียมจัดงาน On Ground ในช่วงไตรมาสสามปีหน้า ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจากการลุยทุกแพลตฟอร์มครั้งนี้จะช่วยตอกย้ำให้ JKN-CBNC ก้าวสู่การเป็นเบอร์ 1 ของสำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำของไทย

"ที่ผ่านมาเราเห็นทิศทางอนาคตสื่อไทยโดยเฉพาะสื่อทีวี ที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมน้อยลง ขณะที่สื่อ OTT กลับสวนทางเติบโตขึ้นดังนั้นบริษัทจึงเลือกนำคอนเทนต์ที่มีอยู่ในมือทั้งหมดออกอากาศผ่านสื่อทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นทีวีดิจิทัล ทีวีดาวเทียม แอพพลิเคชั่น ออนไลน์ รวมถึงออนกราวนด์เพื่อให้คอนเทนต์ของ JKN-CNBC เข้าถึงผู้ชมได้อย่างกว้างขวางมากที่สุด"

บริษัทมุ่งหวังสร้างฐานกลุ่มผู้ชมและสร้างเรตติ้งให้แก่สถานีโดยการชูจุดแข็งความเป็นผู้นำสถานีข่าวเศรษฐกิจการเงินการลงทุนอันดับหนึ่งของไทย พร้อมต่อยอดผ่านการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเงินการลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์ JKN-CNBC ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงาน Wealth Expo by JKN-CNBC, JKN-CNBC Thailand Economic Forum และ JKN-CNBC Gala Award Night เป็นต้น นอกจากนี้ยังวางแผนนำ JKN News เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตด้วย

ด้านนายธีรภัทร์ เพ็ชรโปรี รองกรรมการผู้จัดการสายงานการเงินและบัญชี บมจ. เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย หรือ JKN กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินงานของ JKN-CNBC ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้ค่าโฆษณาเข้ามาเพิ่มขึ้นหลังผลิตรายการป้อนให้แก่สถานีทีวีดิจิทัล หรือใกล้เคียงปีก่อน ซึ่งหลังจากนำรายการ Squawk Box, Power Lunch และ Street Signs ไปออกอากาศที่สถานีทีวีดิจิทัลช่องใหม่ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ในต้นปีหน้าแล้ว บริษัทเชื่อว่าจะส่งผลให้ภาพรวมรายได้ดีขึ้น หรือคาดว่าในปี 2563 จะมีรายได้รวมเติบโต 5-10%

ที่มา : thansettakij