ผ่าเกม “แอน จักรพงษ์”…เซียนการตลาด หรือ เธอพลาดจริง?

นาทีนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ “แอน จักรพงษ์” หรือ “มาดามแอน” อีกแล้ว ทั้งแวดวงธุรกิจ โลกโซเชียล ไปจนถึงชาวบ้านทั่วไปที่ได้เห็นได้เจอเธอผ่านกระแสสื่อมากมาย

โดยเฉพาะการปิดดีลช่อง New18 จากกลุ่มเหตระกูล ในช่วงก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วทั้งวงการ ว่าเทเงินพันล้านแลกกับการเป็นเจ้าของช่องที่เรตติ้งรั้งท้ายแบบนี้ เพื่ออะไร?

ดูแล้วแต่ละเกม แต่ละหมากที่ “ราชินีธุรกิจคอนเทนต์” คนนี้เลือกเดิน มีอะไรที่แตกต่างและน่าสนใจมากมาย ทำไมทุกสิ่งที่เธอทำ ถึงประสบความสำเร็จตามที่พูดไว้เสมอ

Marketeer พาไปย้อนดูสิ่งที่เธอทำและผ่าเกมการตลาดในแบบฉบับ“มาดามแอน” พร้อมกัน

กำไรหลักล้าน จากต้นทุน 0 บาท 

เส้นทางของ จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อไปแล้วมากมาย

ประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจอย่างมาก จนได้รับฉายาว่า ข้ามเพศพันล้าน” จากการขับเคลื่อนอาณาจักรคอนเทนต์ JKN ให้เดินหน้าเติบโตในฐานะผู้จัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ (Global Content Distributor) เบอร์หนึ่งของประเทศ และเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI และสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด

การทำคอนเทนต์สไตล์ JKN ไม่ใช่แค่การ “ซื้อมา-ขายไป” แบบที่ใคร ๆ คิด แต่เป็นการอ่านเกมอย่างแม่นยำในการเลือกสรรคอนเทนต์ได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งความน่าสนใจ น่าติดตาม และถูกจริตของคนในพื้นที่นั้น ๆ พร้อมใส่ใจในกระบวนการ Localization ด้วยการแปลบทและพากย์เสียงอย่างมีคุณภาพ ถูกต้อง แม่นยำ

พร้อมเกมการตลาดที่เฉียบคม โดยเฉพาะแผน Superstar Marketing” ทั้งการทำโฆษณา-ประชาสัมพันธ์โดยใช้ดารานำในเรื่อง การเน้นสร้างความสัมพันธ์-ผูกพันกับกลุ่มแฟนคลับ และเพลงประกอบซีรีส์ที่แต่งขึ้นใหม่ ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์เพลงโดยศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับคอนเทนต์นั้น ๆ

ซึ่งทั้งหมดล้วนสร้างให้คอนเทนต์ของ JKN กลายเป็น “ยาเสพติดทางสายตา” ที่ส่งต่อไปยังพาร์ตเนอร์ทั่วโลก และสร้างรายได้ได้อย่างมหาศาลระดับ 1,600-1,700 ล้าน และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ความฉลาดในการทำการค้าแบบ “ต้นทุนเป็นศูนย์” ที่วางหมากตั้งแต่ขั้นตอนเจรจาต่อรอง เพื่อโกยกำไรจากการขายคอนเทนต์ ตลอดจน Re-Use คอนเทนต์เพิ่มมูลค่าได้แบบไม่สิ้นสุด ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ แม้ในยามที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 เพราะสินค้า (คอนเทนต์) ของเธอเป็นมิตรกับทุกคน เสพได้ ดูได้ ใช้เพื่อความบันเทิงได้ในทุกสภาวการณ์ และเป็นคู่ค้าได้กับทุกสถานี

สร้างกระแสจากความเข้าใจในพฤติกรรมมนุษย์
กลยุทธ์อันแยบยลที่จบด้วยการขายอันทรงพลัง

หากไม่นับดาราศิลปิน “มาดามแอน” ถือเป็นนักธุรกิจที่มีกระแสในสังคมบ่อยมาก ๆ ดีบ้าง แย่บ้าง คาวบ้าง หวานบ้าง ปะปนกันไป

คุณคิดว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจให้เกิด?

คงไม่เกินไปหากจะบอกว่า ทั้งหมดคือเกมอัปตัวจากนักการตลาดสู่คนสาธารณะที่ทุกสื่อต้องจับตา ทุกครั้งที่มีกระแส และได้รับการพูดถึงในวงกว้าง

จากจุดเริ่มต้นการแบ่งปันสร้างแรงบันดาลใจในชีวิต ก้าวสู่ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ ที่ต้องการเปลี่ยนแรงกดดันให้เป็นแรงผลักดัน กระตุ้นให้คนคิดเป็น-คิดตาม จนสามารถสร้างฐานแฟนคลับหรือสาวก “แม่แอน” ได้อย่างมากมาย

เท่านั้นยังไม่พอ เธอสร้างกระแสตัวเองจากความเข้าใจในพฤติกรรมมนุษย์ที่ใคร่อยากรู้อยากเห็นในเรื่องลับ ๆ ของคนอื่น มาปั้นเป็นเกมต่อเพื่อล่อให้คนติดตามเพิ่มขึ้น ขยายฐานกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างไปจากเดิม

โดยจุดพลุเรียกแขก สร้างกระแสให้ตัวเองตาม กลยุทธ์ Media Bombardment ที่ระเบิดตัวตน ฝังเข้าไปยังทุกสื่อ ทุกวงการแบบกระจายวงกว้าง ซึ่งมีพลังอานุภาพที่ร้ายแรงมาก จนทุกวันนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จัก แอน จักรพงษ์ ตอกย้ำความปัง และประสบความสำเร็จอย่างมากจากยอด Follow ในโซเชียลมีเดียของเธอทุกช่องทางที่มีรวมกันมากกว่า 16 ล้านคน

ซึ่งทั้งหมดน่าจะเป็นการ “ทำแบบหวังผล” ที่คาดว่ามีการเตรียมแพลนไว้ล่วงหน้าอย่างดี และด้วยกลยุทธ์ที่แยบยล ส่งผลให้ “ธุรกิจ คอมเมิร์ซ-ขายสินค้า” ของเธอพุ่งทะยานไปข้างหน้าแบบฉุดไม่อยู่

หากจะผ่าเกมเธอจริง ๆ จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่เป็นข่าว ทุกครั้งที่ออกสื่อ ปั้นแต่งดราม่าเพื่อสร้าง Word of Mouth เธอจะจบด้วยการขายอันทรงพลังเสมอ!!

หลายท่านอาจจำได้จากประเด็นดราม่าในรายการ “แฉ” ที่เธอเหมือนจะพลาด ถูกตำหนิในทุกพื้นที่โซเชียล จนต้องออกมาขอโทษใน Live วันถัดมาเพื่อกลบกระแสสังคม

แต่ทราบหรือไม่ว่า หลังจากการออกรายการ 2 ครั้งที่ผ่านมา สินค้าของ “มาดามแอน” ที่ชื่อว่า “ซี-เทรีย” ทำยอดขายถล่มทลาย รับทรัพย์ไปมหาศาล ด้วยยอดขายกว่า 30 ล้าน เพียงชั่วข้ามคืน

เป็นการปรับเกมจากโมเดลธุรกิจคอนเทนต์สู่การสร้างโอกาสชั้นยอดในตลาดคอมเมิร์ซโดยใช้ตัวเองเป็นแม่เหล็กตาม กลยุทธ์ CEO Branding เมื่ออยู่ในกระแสตลอด สินค้าก็จะถูกพูดและขายได้ตลอดเวลาเช่นกัน มนุษย์หิวแสง ที่ฉวยโอกาสในช่วงเวลานั้น กลับกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของ แอน จักรพงษ์ ที่สร้างกระแสให้เธอยิ่งดังพลุแตกมากขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่า ใครยิ่งพูด ยิ่งคอมเมนต์ แอนจะยิ่งดัง ยิ่งรวยขึ้น เพราะสุดท้ายจะจบลงที่การขายสินค้าที่โกยเม็ดเงินมหาศาลเข้ากระเป๋าไปแบบสบาย ๆ

จาก New18 สู่ JKN18
เกมเปลี่ยนก้อนหินให้กลายเป็นทอง

สไตล์ของเราคือเปลี่ยนก้อนหินให้กลายเป็นทองคำ ไม่ต้องสนใจว่าซื้อมาคุ้มหรือไม่ ที่ต้องสนใจคือ ต่อจากนี้จะพัฒนาอย่างไร และต้องขายสินค้าได้”

ถ้อยแถลงของ “มาดามแอน” แบบตรง ๆ ชัด ๆ ต่อข้อสงสัยที่ว่า “ช่องทีวีดิจิทัลจะตายอยู่แล้ว จะมาซื้อทำไม?”

การปิดดีล NEW18 และเปลี่ยนชื่อเป็น JKN18” คือ การเติมเต็มเป้าหมายของ JKN ที่วางตัวเองว่าจะเป็น “Content Commerce Company” อย่างเต็มตัว ตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2560

สิ่งบ่งบอกความเขี้ยวลากดินในสมรภูมิธุรกิจของเธอ คือ การเจรจาต่อรอง จนได้ครอบครองเป็นเจ้าของสถานี NEW18 แบบ 100% ทำให้เธอทำอะไรก็ได้อย่างอิสระกับช่องนี้ เสมือนเป็นช่องทีวีดิจิทัลของ แอน จักรพงษ์ เอง เกมรุกตลาดเช่นนี้ คาดว่าทำให้เธอเซฟเงินไปได้ 40-50 ล้านในแต่ละปี เพราะเธอไม่ต้องจ่ายเงินค่าโฆษณาออกตามสื่อและรายการต่าง ๆ อีกต่อไป

ทำให้ตอนนี้ JKN มีทั้งคอนเทนต์ที่เป็นเจ้าของสิทธิ์มากมายในมือแบบ “ไม่ต้องลงทุน” เพิ่ม แถมยังมีช่องทีวีเป็นของตัวเอง ซึ่งบ่งบอกว่าเธอเห็นโอกาสบางอย่างในการที่จะผสานธุรกิจในมือทั้งหมดนี้ ให้เกิดประโยชน์ เพื่อเสริมความแกร่งซึ่งกันและกัน โดยไม่ได้มองธุรกิจทีวีดิจิทัลเป็นหลัก แต่เป็นการนำธุรกิจคอมเมิร์ซมาเมิร์จกับธุรกิจคอนเทนต์ ใช้สองอย่างนี้เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจซึ่งกันและกัน โดยเป้าหมายสำคัญคือการปลุกปั้นธุรกิจคอมเมิร์ซนี้ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

เกมที่เธอวางไว้สำหรับ JKN18” คือ ป้อนคอนเทนต์คุณภาพ ทั้งข่าวสาร ซีรีส์ วาไรตี้บันเทิง สารคดี การ์ตูน และอื่น ๆ มากมาย เพื่อให้คนเสพติดคอนเทนต์ที่ส่งให้ และใช้ช่องนี้เป็นเครื่องมือรุกขายสินค้าอย่างจริงจัง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อสื่อโฆษณาอย่างที่บอก แต่สามารถขายสินค้าได้ตลอด 24 ชม. โกยรายได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านในแต่ละเดือน

และด้วยคอนเทนต์ที่มีคุณภาพของเธอจะช่วยปั้นเรตติ้งให้กับช่องได้ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางในการขายโฆษณาเพื่อสร้างรายได้มหาศาลในอนาคตอีกด้วย ทั้งนี้ เป้าหมายในอีก 3 ปีข้างหน้าของ JKN คือการสร้างรายได้แตะ 5,000 ล้านบาท และคาดว่าจะคืนทุนจากการใช้เงิน 1.1 พันล้าน เพื่อซื้อช่อง JKN18  ได้ภายในระยะเวลาแค่ 4 ปี ซึ่งนับว่ารวดเร็วมาก ๆ

ล่าสุดเธอโพสต์ผ่านโซเชียลส่วนตัว ประกาศควักเงิน 65 ล้าน แจกข้าวกล่อง 1 ล้านกล่อง ให้กับโรงพยาบาล มูลนิธิ และผู้ป่วยยากไร้ แถมแจกถุงน้ำใจ ที่มีคุกกี้ น้ำดื่มจากลูก ๆ ของเธอ ยังไม่พอ ยังแจกวิตามินรวมให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศอีกด้วย

หรือนี่จะเป็นอีกหนึ่งเกมสำคัญ ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อหวังเปลี่ยน Perception ของคนทั่วไปที่มีต่อเธอ โดยสามารถใช้ช่อง JKN18 เป็นเครื่องมือในการทำข่าวได้อีกด้วย

สรุป

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนที่บ่งชี้ให้เห็น “เกม” ที่ “เซียนการตลาด” อย่าง “แอน จักรพงษ์” ได้วางจิ๊กซอว์แต่ละตัวเอาไว้อย่างละเอียดรอบคอบ บนความพิถีพิถันตั้งแต่แรกเริ่ม

หากมองที่ตัวเลขความสำเร็จ เธอคือ “แม่มดทางการค้า” ที่หยิบจับอะไรก็รวยและประสบความสำเร็จไปหมด แต่ในอีกมุมหนึ่งนี่คือ “จอมวางแผนตัวยง” ด้วยความสุขุมลุ่มลึก(ทางความคิด) ในการวางหมากทางธุรกิจที่แสนน่ากลัวของเธอ ใครยิ่งคอมเมนต์ ยิ่งวิจารณ์ เธอก็จะยิ่งดัง ยิ่งรวย ล่อให้คนมาเป็นเหยื่อในเกมการตลาดของเธอโดยไม่รู้ตัวมาแล้วมากมาย

แล้วคุณล่ะ… คิดว่า “แอน จักรพงษ์” จะเดินเกม..สร้างดราม่าต่ออย่างไร??

ที่มา : W3Schools