ส่องกลยุทธ์การตลาดเต็มรูปแบบสไตล์ JKN ตอกย้ำซีรีส์อินเดีย เกินคำว่า ‘เทรนด์’

คนไทยคุ้นเคยกับภาพยนตร์และละครจากแดนภารตะมาหลายสิบปีแล้ว แต่ในช่วง 2 ปีมานี้ กระแสซีรีส์อินเดียกลายเป็นปรากฏการณ์สุดร้อนแรงในสมรภูมิทีวีดิจิทัล เมื่อหลายช่องต่างทุ่มเงินหลักร้อยล้านกว้านซื้อลิขสิทธิ์ซีรีส์ยอดนิยมจากแดนภารตะมาเป็นไม้เด็ดในการสู้ศึกเรตติ้ง ซึ่งว่ากันว่า ศึกครั้งนี้จะยังคงสู้กันอีกยาวอย่างแน่นอน

“ตอนต้นปีที่แล้ว ช่อง 8 ซื้อลิขสิทธิ์ซีรีส์อินเดียไป 10 เรื่อง ตอนนี้เบิร์นไปหมดแล้วค่ะ รวมทั้งช่อง 3 ตั้งแต่เรื่องนาคิน มหากาลี จันทรคุปต์ อโศกมหาราช ฯลฯ ก็กำลังจะฉายหมดแล้ว ตอนนี้เราเตรียมการสำหรับปีนี้แล้ว เพราะซีรีส์อินเดียยังคงเป็นอันดับหนึ่งของหลายๆ ช่อง ซึ่งก็มีอีกประมาณ 5-7 ช่องที่กำลังช่วงชิงกันอยู่ แต่เราก็ต้องพิจารณาว่าเรื่องไหนควรจะให้ใครก่อนหลัง” คุณแอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล กล่าวยืนยันความฮอตข้ามปีของซีรีส์อินเดีย

ย้อนไปเมื่อช่อง 8 ประเดิมฉายซีรีส์ “สีดาราม ศึกรักมหาลงกา” ตำนานต้นตำรับรามายณะที่นำกลับมาสร้างใหม่อย่างอลังการด้วยทุนสร้างกว่า 1,500 ล้านบาท จนสามารถทำเรตติ้งสูงสุดถึง 5.14 ขณะที่ซีรีส์ “หนุมาน สงครามมหาเทพ” ก็โกยเรตติ้งสูงสุดถึง 5.9 ในสถานการณ์ที่ทีวีดิจิทัลเกือบทุกช่องต่างกำลังมองหาหนทางกู้เรตติ้งกันจ้าละหวั่น นับแต่นั้นซีรีส์อินเดียจึงเป็นม้ามืดที่หลายช่องไม่รั้งรอที่จะขอกระโดดขึ้นอานไปด้วย

ซึ่งเจ้าของค่ายม้ามืดรายนี้ก็คือ คุณแอน-จักรพงษ์ ที่นอกจากจะเป็นผู้ลงมือคัดเลือกซีรีส์อินเดียด้วยตัวเองแล้ว ยังมองทะลุปรุโปร่งไปถึงกลยุทธ์ทางการตลาดเต็มรูปแบบ จนกล่าวได้ว่าทุกขั้นตอนของความปัง ไม่ใช่เพราะความบังเอิญหรือโชคช่วย แต่ทุกอย่างเกิดจากการวางเกมกลยุทธ์อย่างเฉียบขาด

“หัวใจของการคัดเลือกซีรีส์อยู่ที่คอนเทนต์ค่ะ แอนมักจะพูดเสมอว่าใช้ใจ อย่าใช้สมองมาก มันเป็นยาเสพติดทางสายตา เราดูแล้วเสพติดมั้ย เราอินเลิฟกับเขารึเปล่า เวลาดูซีรีส์อินเดียเลยเหมือนเรากำลังดูตัวเราเอง เพราะอินเดียคือ Motherland ของไทย เรามีวัฒนธรรมร่วมกัน รวมถึงความคิดความอ่าน ความเชื่อเรื่องเทพ ศาสนา ภาษา โดยเฉพาะเรื่องความรักของคนหนึ่งคนที่กลายเป็นวาระแห่งชาติในครอบครัว เหมือนกันกับครอบครัวคนไทย เวลาดูสีดารามหรือดูหนุมานก็คือเรากำลังดูรามเกียรติ์ของเรา พอมาเป็น Modern Love Series ก็กลมกลืนกับวัฒนธรรมเราเช่นกัน คนดูก็อินเลิฟตัวละคร รักดาราที่แสดง กลายเป็นแฟนคลับที่เหนียวแน่น เวลาที่ดาราบินมา Meet & Greet ในเมืองไทย เขาก็มีแฟนคลับจำนวนมากที่ไปปักหลักรอต้อนรับตั้งแต่สนามบิน และตามไปให้กำลังใจทุกที่”

แน่นอนว่าคุณแอนกำลังหมายถึง ‘บอสอาร์นาฟ’ จากซีรีส์เรื่องแผนรักลวงใจ ทางช่อง 8 ที่รับบทโดย บารุณ ซอบติ (Barun Sobti) พระเอกชื่อดังที่เพิ่งบินมาทำกิจกรรม Meet & Greet ท่ามกลางการต้อนรับที่อบอุ่นของแฟนคลับชาวไทยเป็นครั้งแรก

“การนำดารามาแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการตลาด เพราะเมื่อเราเลือกคอนเทนต์แล้ว เราจะทำการตลาดเต็มรูปแบบ ทั้ง Above และ Below the line เรียกว่าเป็น Absolute masterpiece plan คือดูรายละเอียดทั้งหมด เรื่องไหนมาก่อนหรือหลัง ใครแปล ใครพากย์ ใครแต่งเพลง ใครร้องเพลง ตรงนี้เราใช้การตลาดแบบ Superstar marketing ดึงศิลปินมาร้องเพลงประกอบซีรีส์ ดึงดารามาทำกิจกรรมกับแฟนคลับ ซึ่งฟีดแบ็กจากคนดูต้องบอกว่าดีมากๆ”

“นอกจากตอนนี้ละครต่างประเทศที่เป็นเบอร์หนึ่งของไทยคืออินเดียแล้ว ซีรีส์อินเดียก็เป็นปรากฏการณ์ทั่วโลกไปแล้ว อินเดียไม่ใช่ดังเพราะประเทศไทย แต่เพราะประเทศไทยนี่แหละ ที่ทำให้ความดังกลายเป็น 5 เท่า 10 เท่า เพราะเรามีกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดี ตรงนี้เราได้รับคำชมอย่างมากจากค่ายสตาร์ทีวี, โซนี่, Zee, Colors ซึ่งเป็น Major broadcasters ในอินเดีย”

ถ้าพูดถึงซีรีส์อินเดียแล้วยังคิดถึงภาพพระเอกนางเอกร้องเพลงรักวิ่งไล่กันข้ามภูเขา ต้องบอกว่าลืมไปได้เลย เพราะซีรีส์อินเดียยุคใหม่ล้วนเป็นผลงานสร้างระดับอินเตอร์ โปรดักชั่นอลังการ ยิ่งเป็นแนวอิงประวัติศาสตร์ ยิ่งจัดเต็มทั้งฉาก ทั้งเครื่องแต่งกาย ภายใต้ทุนสร้างหลักพันล้าน แต่ไม่ว่าจะแนวไหน สิ่งที่เหมือนกันก็คือ แต่ละเรื่องมีความยาวเป็นร้อยๆ ตอน ใช้เวลาถ่ายทำนานกว่า 2 ปี ซีรีส์อินเดียที่คนไทยกำลังดูอยู่ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่จึงเป็นผลงานสร้างตั้งแต่ 5-6 ปีขึ้นไป และหลายเรื่องก็กำลังออกอากาศอยู่ในอินเดีย

น่าคิดว่า ทำไมผลงานเหล่านี้จึงยังให้อารมณ์ร่วมสมัย ไม่ตกยุค?

“แอนบอกเลยว่าซีรีส์อินเดียไม่ใช่เทรนด์ที่มาแล้วก็ไป ในด้านโปรดักชั่นละครอินเดียคือความอมตะ คุณภาพโปรดักชั่นระดับ Beyond ถ่ายมา 5 ปีแล้ว ทุกอย่างยังดูโมเดิร์นอยู่ บทพูดก็ยังทันสมัย ยิ่งคอสตูมดีไซน์ของอินเดีย ต้องบอกว่าอยู่เหนือกาลเวลา แอนไปอินเดียมากี่ปีๆ ก็ยังซื้อส่าหรีกลับมาทุกครั้ง เพราะฉะนั้น เวลาดูซีรีส์ของเขาแล้ว เราจะไม่รู้สึกเลยว่ามันล้าสมัย เพราะมันไม่ใช่เทรนด์ แต่มันคือสิ่งที่เป็นมาแบบนี้และจะคงอยู่ตลอดไป”

“ในด้านความนิยม กระแสซีรีส์อินเดียก็เกินคำว่าเทรนด์ไปแล้ว จริงๆ อินเดียเป็นแค่ส่วนหนึ่งใน Asian content ของ JKN ซึ่งรวมถึงจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และฟิลิปปินส์ เพียงแต่ว่ามันโด่งดังมากมาย เหมือนที่ผ่านมาจีนก็เคยโด่งดัง เกาหลีก็เคยได้รับความนิยม ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่ได้ตายจากไปไหน เรื่องอะไรดีก็จะบูมขึ้นมาใหม่ แต่อินเดียก็จะอยู่ถาวรกับเราตลอดไป สิ่งที่เราได้จากการเดินทางไปทั่วโลก เราจะเห็นเลยว่าอะไรที่จะอยู่กับเราตลอดกาล แอนถึงบอกว่าอินเดียจะอยู่กับเราไปตลอด ไม่ใช่มาแป๊บนึงแล้วไป” คุณแอน-จักรพงษ์ กล่าวอย่างหนักแน่น

ขณะที่ บารุณ ซอบติ ซุปเปอร์สตาร์บอลลีวู้ด หนุ่มหล่ออันดับ 2 ในทำเนียบ Top10 ของอินเดีย ก็ขยายความคำว่า Modern ในช่วงการถ่ายทำซีรีส์เรื่องแผนรักลวงใจเมื่อ 6-7 ปีก่อนว่า“ ผมประทับใจเรื่องบท นักแสดงทุกคนเล่นดีอยู่แล้ว ผู้กำกับก็ทำงานดีอยู่แล้ว แต่คนเขียนบทเก่งยิ่งกว่า ที่สามารถทำให้ทุกซีนตลอดทั้งเรื่องมีความน่าดู ผมว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่ความตั้งใจที่จะทำให้โมเดิร์น แต่หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือ เรากำลังพูดถึงเรื่องราวของความรักซึ่งเป็นเรื่องร่วมสมัย ไม่ใช่แค่ในอินเดีย แต่ใน 60 กว่าประเทศที่ได้ดูเรื่องนี้ ทุกคนก็พูดถึงความรักเช่นเดียวกับเรา และในชีวิตประจำวัน ผมก็แต่งตัวธรรมดาๆ แบบนี้ เมื่อ 6-7 ปีก่อนแต่งอย่างไร ตอนนี้ก็ยังธรรมดาๆ เหมือนเดิม”

บารุณยังเล่าถึงชีวิตประจำวันเหมือนคนทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องมีบอดี้การ์ด จะไปร้านอาหารหรือไปจิบกาแฟที่ไหน ถ้าเจอแฟนคลับเข้ามาขอถ่ายรูป เขาก็ไม่ปฏิเสธ เช่นเดียวกับเมื่อได้มาพบแฟนคลับคนไทยที่มารอต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิอย่างล้นหลาม แม้จะล้าจากการบินตรงจากนครมุมไบมาถึงเมืองไทยตั้งแต่เช้า แต่บารุณก็ยังเดินตรงรี่เข้าไปรับดอกไม้และของขวัญจากแฟนคลับอย่างใกล้ชิด

“ผมคิดว่าทุกคนชอบผมที่ความเป็นคนธรรมดาๆ นี่แหละ ผมมักบอกตัวเองเสมอว่า ผมไม่ได้ต้องการจะเป็นคนพิเศษ มันน่าเบื่อ เวลาเดินไปไหนแล้วมีแฟนคลับมาขอถ่ายรูป ผมก็พร้อม ผมไม่มีบอดี้การ์ดและไม่ต้องการด้วย แฟนคลับคือคนที่สนับสนุนผม ทำไมผมจะไม่ยินดีที่จะถ่ายรูปกับเขาล่ะ โดยเฉพาะแฟนคลับชาวไทย ผมมาเมืองไทย 3 ครั้งแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกของการมา Star tour ตอนที่ได้รับการติดต่อให้มาพบแฟนคลับที่เมืองไทย ผมดีใจมากเพราะไทยกับอินเดียมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมานานแล้ว ผมจึงไม่ลังเลที่จะตอบรับทันที แต่ก็ไม่คิดว่าคนไทยจะรู้จักและมาให้การต้อนรับผมมากขนาดนี้ เซอร์ไพรส์มากๆ เลยครับ”

ความสำเร็จทั้งในจอและนอกจอของซีรีส์อินเดียในเมืองไทย จึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย หากแต่มาจากกลยุทธ์การตลาดเต็มรูปแบบที่ถูกที่ ถูกเวลา จนทำให้ซีรีส์อินเดียในวันนี้เกินกว่าคำว่าเทรนด์ และกลายเป็น Value ที่ทุกช่องไม่อาจมองข้ามไปได้

“ซีรีส์อินเดียยังคงเป็นหัวใจของ JKN และด้วยการที่เราทำการตลาดได้อย่างดีเยี่ยม ซีรีส์อินเดียจึงเป็นหัวใจของผู้บริโภคด้วยเช่นกัน แอนมั่นใจว่าซีรีส์อินเดียจะอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทยตลอดไป เพียงแต่บางเรื่องเรตติ้งอาจจะน้อย กลาง หรือบางเรื่องก็พุ่งทะยานมากกว่าละครไทย แต่พูดได้เลยว่าตอนนี้ซีรีส์อินเดียอยู่ในหัวใจคนไทยแล้ว”

“แต่ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่ทุกเรื่องเวิร์คหมด หรือเห็นเป็นอินเดียแล้วจะเอาเข้ามาลงจอได้เลย มันไม่ใช่แค่นั้น เราต้องรู้ว่าเรื่องอะไร ฉายเมื่อไหร่ ทำซุปเปอร์สตาร์มาร์เก็ตติ้งอย่างไร ฉายที่ไหน ซึ่ง JKN ก็จะยังคงทำหน้าที่สรรหาคอนเทนต์ดีๆ ต่อไป และก็ต้องขอบคุณพาร์ตเนอร์ อย่างครั้งนี้ก็คือช่อง 8 ที่ให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ทุกชิ้นที่ JKN ได้ส่งมอบให้ โดยเราตั้งใจอย่างที่สุดในการทำการตลาดทุกรูปแบบเพื่อความสำเร็จร่วมกัน” คุณแอน-จักรพงษ์ กล่าว

ที่มา: http://www.362degree.com/2019/01/17/%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%87%E0%B8%A1/?fbclid=IwAR3af4xWjio1ugaoDg6hJ5EvIURBgs_SVp3aT8q-4PP9ANxop5VDbAb60BQ