เจเคเอ็นเล่นใหญ่ เปลี่ยนชื่อช่อง NEW18 เป็น JKN18 รุกแรงธุรกิจคอมเมิร์ซ

กางแผน เจเคเอ็น หลังเข้าซื้อช่อง NEW18 เปลี่ยนชื่อเป็น JKN18 ชูคอนเทนต์ คอมเมิร์ซ คอมปะนี เดินหน้าใช้สื่อทีวีหนุนธุรกิจคอมเมิร์ซเต็มสูบ ตั้งเป้า 3 ปีรายได้ 5,000 ล้านบาท ลั่นทุกก้าวต้องเติบโตอย่างยั่งยืน

วันที่ 19 เมษายน 2564 นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเจเคเอ็นเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำด้านคอนเทนต์ทั้งในเคเบิลทีวี ทีวีดิจิทัล และแพลตฟอร์มออนไลน์ และยังเป็นตัวแทนนำลิขสิทธิ์คอนเทนต์จากผู้ผลิตคนไทยไปเผยแพร่ยังต่างประเทศ ส่งผลให้เจเคเอ็นก้าวขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในภูมิภาคอาเซียน

ต่อมาเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่บริษัท เจเคเอ็นได้เริ่มรุกเข้าธุรกิจคอมเมิร์ซ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนสินค้าเพื่อสุขภาพและอาหารเสริม โดยการดึงโมเดลซูเปอร์สตาร์มาร์เก็ตติ้ง ใช้นักแสดงหรือศิลปินมาเป็นพรีเซ็นเตอร์กระตุ้นการใช้และซื้อสินค้าเพื่อสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ดี การเข้าซื้อกิจการ บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสต์ จำกัด ในครั้งนี้ ถือเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของเจเคเอ็น เพื่อเข้าบริหารทีวีดิจิทัลช่อง NEW18 เพื่อต่อยอดโมเดลคอนเทนต์ คอมเมิร์ซ คอมปะนี ได้อย่างเต็มตัว พร้อมกับขยายฐานผู้ชมในกลุ่มทีวีดิจิทัลมากขึ้น จากเดิมเป็นผู้ชมทางทีวีดาวเทียมมากกว่า

เบื้องต้นจะเปลี่ยนชื่อช่องทีวีดิจิทัล NEW18 เป็น JKN18 เพื่อสร้างการรับรู้มากขึ้น และจะใช้ช่องทางนี้ผลักดันธุรกิจคอมเมิร์ซ ผ่านการสื่อสารสินค่าไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง หรือ D2C ควบคู่กับการขายสินค้าทางออนไลน์ ซึ่งจะทำให้เจเคเอ็นมีช่องทางการขายที่แข็งแกร่งมากขึ้น

“เราเชื่อว่าเจเคเอ็นมีความพร้อมในการทำตลาดธุรกิจคอมเมิร์ซ จากการพัฒนานวัตกรรมสินค้าที่ผ่านมา ทั้งสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค หรือสินค้าในกระแสอย่างกัญชง ประกอบกับต่อยอดใช้ประโยชน์จากช่องทีวี JKN18 มาเป็นเครื่องมือด้านการตลาดและช่องทางขายไปยังผู้บริโภคโดยตรง ผนวกกลยุทธ์การตลาดซูเปอร์สตาร์มาร์เก็ตติ้ง ทำให้เรามั่นใจว่าธุรกิจคอมเมิร์ซจะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้แก่เจเคเอ็น”

 

อย่างไรก็ตาม ด้านธุรกิจคอนเทนต์ ก็จะไม่ทิ้ง และจะนำประสบการณ์ ตลอดจนความเชี่ยวชาญในสายธุรกิจดังกล่าว มาผลิตรายการเจาะกลุ่มผู้ชมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์รายการข่าว เน้นการนำเสนอประเด็นร้อนผ่านพิธีกรชื่อดังให้แก่ผู้ชมตลอดทั้งวัน หรือคอนเทนต์ซีรีส์ดัง หัวหอกธุรกิจของเจเคเอ็น ที่จะมาสร้างความบันเทิงมาสร้างเรตติ้งให้แก่ช่อง JKN18 ต่อไป

ด้านธีรภัทร์ เพ็ชรโปรี รองกรรมการผู้จัดการสายการเงินและบัญชี บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ใช้เงินลงทุนเพื่อเข้าซื้อกิจการบริษัท ดีเอ็น บรอดคาสต์ จำกัด ราว 1,100 ล้านบาท โดยใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดจำนวนไม่เกิน 450 ล้านบาท สินเชื่อจากสถาบันการเงินอีก 450 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการผ่อนชำระอีก 36 งวด

 

ทั้งนี้ ภายหลังเข้าซื้อกิจการ บริษัทฯ จะนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของบุคลากรของเจเคเอ็นที่มีธุรกิจคอนเทนต์ที่แข็งแกร่ง เข้าไปเพิ่มศักยภาพการผลิตรายการข่าวให้น่าสนใจเพื่อสร้างเรตติ้งที่ดีให้แก่สถานี โดยมีเป้าหมายเรตติ้งติดอันดับท็อป 10

การเข้าบริหารช่อง JKN18 ได้ช่วยสนับสนุนธุรกิจคอมเมิร์ซ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างให้เข้ามาอยู่ภายใต้กลุ่มเจเคเอ็นให้เติบโตทั้งด้านยอดขาย และการสร้างอัตราการทำกำไรขั้นต้นอยู่ในระดับที่ดี ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นโดยเฉลี่ยของกลุ่มเจเคเอ็น เพิ่มเป็นมากกว่า 50%

นอกจากนี้ ยังช่วยสนับสนุนในเชิงกลยุทธ์การเติบโตระยะยาวของบริษัทฯ ที่วางเป้าหมายภายใน 3 ปีข้างหน้าจะมีรายได้แตะ 5,000 ล้านบาท หรือเติบโตเท่าตัว จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้รวม 2,500 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจคอนเทนต์ ประมาณ 2,000 ล้านบาท และธุรกิจคอมเมิร์ซ อีก 500 ล้านบาท

ที่มา : W3Schools