‘เจเคเอ็น’ ผู้ท้าชิงใหม่ ‘ทีวีดิจิทัล”’ ‘สรยุทธ’ นำทัพทวงบัลลังก์ข่าว ‘ช่อง 3 ‘

แม้จะมีผู้ประกอบการ “ทีวีดิจิทัล” ไปไม่รอด ยกธงขาวหลายราย แต่ “เจเคเอ็น” กลับทุ่มเงินพันล้าน เดิมพันปั้น “เจเคเอ็น18” สู่คอมเมิร์ซ ด้านเรตติ้งหวังติดท็อป 10 ส่วนช่อง 3 ทวงคืน บัลลังก์ข่าว พึ่งกรรมกรข่าว “สรยุทธ” หวนจ้อ “เรื่องเล่าเช้านี้”

ทีวีดิจิทัลอาจเป็น “ขาลง” เพราะการชิงสายตาผู้ชม(Eyeball) และเม็ดเงินโฆษณายากขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่ออยู่ในสมรภูมิแล้ว ผู้ประกอบการต้อง “ขับเคี่ยว” กันไม่ลดละ เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอด 

ขณะนี้การลั่นกลองรบใหม่กำลังเกิดขึ้น เมื่อ “เจเคเอ็นฯ” ทุ่มเงินกว่าพันล้าน เป็นเจ้าของช่องทีวีดิจิทัล “นิว18” และยกช่องที่อยู่บนทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี “เจเคเอ็น18” มาแทนที่  ใช้เป็นหน้าร้านเพื่อเป็นหน้าร้านและช่องทางโปรโมทสินค้า จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ฉายภาพว่าการซื้อกิจการคุ้มค่าอย่างมากเพราะที่ผ่านมา สินค้าต่างๆของตนเอง ต้องซื้อเวลาช่องทีวีเพื่อโปรโมทนาทีละ “หลักแสนบาท” ต่อเดือน การมีช่องจึงสามารถออกอากาศ ขายสินค้าได้ 24 ชั่วโมง ด้วยต้นทุนต่ำ 

ทั้งนี้เป้าหมายของบริษัทคือการสร้างโมเดล “คอนเทนท์ คอมเมิร์ซ คัมปะนี” มีรายการดีในมือทั้งละคร ซีรี่ส์ สารดคีจากทุกมุมโลกมาออกอากาศ และแทรกการขายสินค้า ปั๊มยอดขายเป็นกอบเป็นกำ

การขยายอาณาจักรครั้งนี้ ยังตอกย้ำการเดินตามรอยยักษ์ใหญ่ด้านคอนเทนท์ของโลก ไม่ว่าจะเป็น ดีสนีย์, โคลัมเบียร์ พิคเจอร์และวอเนอร์ฯ ซึ่งต่างมีคอนเทนท์ และช่องทีวีเป็นเป็นของตัวเอง รวมถึง “สินค้า” ต่างๆ ที่มาจากคาแร็กเตอร์ ตัวการ์ตูน ฮีโร่ จากคอนเทนท์มาขายทำเงินได้มหาศาล ซึ่งโมเดลดังกล่าว “จักรพงษ์” เล็งไว้ 10 ปี เมื่อครั้งไปงานเทศกาลเมืองคานส์ ฝรั่งเศส 

 ขณะที่โอกาสทอง ยังเกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคลดการออกจากบ้าน หันมาซื้อสินค้าผ่านทีวี และออนไลน์ การจ้อขายสินค้าหน้าจอจึงรับเทรนด์ดังกล่าว 

 

 “ตอนนี้คนทำอะไรไม่ได้ ก็เปิดทีวี ดูมือถือ นิวนอร์มัลคือสายตาจ้องที่หน้าจอ ทั้งออนไลน์ และออนทีวี แต่ทีวี ต้องเป็นทีวีดิจิทีลลูกค้ามีลอยัลตี้มากกว่า ออนไลน์จะมาแรงยังไง ก็แย่งตลาดทีวีดิจิทัลระบบภาคพื้นไม่หมด”

  เจเคเอ็น คร่ำหวอดวงการทีวีมานาน ขายคอนเทนท์ให้ทีวีดิจิทัลหลายช่อง การเป็นเจ้าของทีวีดิจิทัลเหมือนย้ำว่ามีจุดแข็งด้านคอนเทนท์ดึงดูดผู้ชม “นิว18” อาจมีเรตติ้ง “รั้งท้าย” แต่ “จักรพงษ์” จะผลักดันให้ติดท็อป 10 ให้ได้

คู่แข่งตามไม่ทัน เพราะเรามีคอนเทนท์ที่ออกอากาศได้ 24 ชั่วโมง ตลอด 10 ปี ก็ไม่หมดเลย สารคดีบางตัวขายไป 30-40 รอบ ยังรันอยู่อย่างนี้” 

ธีรภัทร์ เพ็ชรโปรี รองกรรมการผู้จัดการสายการเงินและบัญชี บมจ.เจเคเอ็นฯ กล่าวว่า การทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่คอนเทนท์ คอมเมิร์ซ คัมปะนี จะเป็นจิ๊กซอว์สร้างการเติบโตรายได้ปี 67 แตะ 5,000 ล้านบาท จากขายคอนเทนท์ 50% และคอมเมิร์ซ 50% และถือว่าโตเท่าตัวจากปี 2564 ที่คาดมีรายได้ 2,500 ล้านบาท มาจากคอนเทนท์ 80% คอมเมิร์ซ 20%    

“การลงทุนครั้งนี้จุดประสงค์เราไม่มองทำการทำทีวีดิจิทัลเป็นหลัก แต่จะนำด้วยคอมเมิร์ซ คัมปะนี  โดยเงินราว 1,100 ล้านบาท มองจุดคุ้มทุนไม่เกิน 4 ปี”  

บทเรียนบาดเจ็บมีให้เห็นในสังเวียนจอแก้ว แต่ “เจเคเอ็น..น้องใหม่ใจถึง” เชื่อว่ามีโอกาสซ่อนอยู่มากมาย ประกาศพาช่องติดท็อป 10 ฟากขาใหญ่ “เจ้าตลาด” หลายช่องไม่นิ่งเฉย เพราะปรับกลยุทธ์กันมากมาย หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของแต่ละช่องคือ “สงครามข่าวสาร”เพราะเป็นหนึ่งในคอนเทนท์ที่ทุกค่ายต้องสร้างสรรค์เพื่อสะกดคนดู 

ได้เวลา “ช่อง 3” ต้อนรับการกลับมาของกรรมการข่าว “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ผู้เคยทำเงินให้กับช่องและตระกูล “มาลีนนท์” มหาศาล 

ช่อง 3 ประเดิมวิดีดอคลิป “ครอบครัวข่าว 3” ที่มี 5 พิธีกรข่าว  5 คาแรคเตอร์ 5 การนำเสนอข่าวสู่สายตาประชาชน ซึ่งไฮไลท์อยู่ที่การปรากฏตัวของ “สรยุทธ” กลับมาจ้อข่าวใน “เรื่องเล่าเช้านี้” ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ และยังมี “ไก่ ภาษิต-หนุ่ม กรรชัย-กิตติ สิงหาปัด-ดนยกฤตย์ แดงหวานปีสีห์” ร่วมสู้ศึกสงครามข่าวดึงเรตติ้ง    

สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการ สายธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  การเปิดตัวโฆษณา “5 พิธีกรข่าว”ของช่อง 3 สะท้อนให้เห็นถึงการมีบุคลากรด้านข่าวที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง แต่ละคนมีความแข็งแกร่งในวิธีการนำเสนอข่าวที่แตกต่างกัน  และเท่าที่เห็นมีเฉพาะที่ช่อง 3 แต่ที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้ถูกนำเสนอให้เห็นภาพรวมถึงจุดแข็งการมีพิธีกรข่าวที่โดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของวงการ 

“นอกจากคุณสรยุทธกลับมาทำรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ยังเติมเต็มให้ครอบครัวข่าว 3ให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น”  

จากนี้ไปช่อง 3 จะออกอากาศรายการข่าวในทุกแพลตฟอร์มทั้งสื่อเก่าสื่อใหม่ ทีวี ออนไลน์ วิทยุฯ เช่น ช่อง 3 แอ๊พพลิเคชัน Ch3plus, Ch3thailandและCh3ThailandNews  

ด้านสรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่ปรึกษาฝ่ายข่าวช่อง 3 กล่าวว่า ช่อง 3 มีทรัพยากรด้านข่าวที่แข็งแรงอยู่แล้ว าเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มีพิธีกรข่าวที่มีบุคลิกไม่เหมือนกันเลย ไม่นับประสบการณ์ของแต่ละคน ลักษณะแบบนี้มีเฉพาะที่ช่อง 3 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม การเริ่มโปรโมทผู้ประาศข่าวแค่ 5 คน เป็นเพียงการเริ่มต้น หากยกโขยงผู้ประกาศหลายสิบคนที่มีอยู่ ภาพอาจไม่ชัดเจนนัก

“เป้าหมายของช่อง 3 เราอยากเป็นอันดับ 1 ในทุกแพลตฟอร์มข่าว”

ที่มา : W3Schools