"เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย" มั่นใจเปิดสำนักข่าว JKN-CNBC กลางปีนี้

เจินเจิน ทุบหน้าใหม่7ล. – ยัน เดอะทอยส์ หลานชายไม่ได้แอ๊บ อยู่บ้านก็ไม่คุยกับใคร

วันที่ 15 มี.ค. ที่ จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ นักร้องชื่อดัง เจินเจิน บุญสูงเนิน ได้แถลงข่าวคอนเสิร์ต “JERNJERN’s The Aura Butterfly Concert สะบัดปีก ฉีกทุกกฎ” หลังจากเสร็จงาน ได้ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ ถึงเรื่องก่อนหน้านี้บินไปทุบหน้าใหม่ถึงเกาหลี เรื่องความฟิตสำหรับคอนเสิร์ต รวมถึงยืนยันในคาแรกเตอร์ของ เดอะทอยส์ หลานชายว่าไม่ได้แอ๊บ แต่เป็นนิสัยที่แท้จริง

ไปอัพหน้าไกลถึงเกาหลี?

“เขาให้ทำ เราก็ยินดีทำ กรีดไขมันตาล่าง ดึงหน้า ฉีดไขมันบนใบหน้า แต่ที่ฉีดไขมันบนใบหน้านี้ไม่อยู่ ฉีดแล้วหายหมดเลย หมอก็บอกว่าเนื้อจากไขมันของคุณแม่เป็นไขมันของคนแก่ มันไม่มีความทนทาน สวยได้แค่ 3 วัน วันที่ 4 ก็เริ่มละลายหายหมดเลย หมอก็บอกอีกว่าถ้าจะให้อยู่ก็ต้องใส่พลาสติก เราก็บอกว่าไม่เอา ถามว่าเจ็บไหม เป็นการทำศัลยกรรมที่ไม่รู้สึกเจ็บเลย ไม่เขียวไม่ช้ำเลย เราฟื้นจากยาสลบมา ไม่รู้สึกอะไรเลย”

ใช้เวลาตัดสินใจนานไหมว่าจะไปทำ เพราะเราอายุ 62 แล้ว?

“เราเคยทำมาก่อนแล้วหลายครั้งใช่ไหม พอครั้งนี้ได้โครงการดีๆ เราก็ไม่ได้คิดอะไร ตัดสินใจตอบตกลงเลย ใช้เวลารักษาตัวอยู่ที่นั่นหนึ่งเดือนครึ่ง แต่นี่ทำมาเกือบจะ 2 ปีแล้ว”

พอใจไหม?

“พอใจมาก แต่คุณแอน(จักรพงษ์) อยากให้เพิ่มอีก แต่เราบอกว่าไม่เอาแล้ว พอแล้ว ด้วยเราอายุเยอะด้วยแล้ว และเราก็พอใจแล้ว”

หมดไปเยอะไหมกับค่าใช้จ่าย?

“เขาวางไว้ให้เรา 7 ล้าน จะครบทั้งหมด แต่เราก็ทำยังไม่ครบ ถามว่ายังขาดอะไร ก็ยังอีกเยอะ แต่ว่าแม่ไม่เอาแล้ว(หัวเราะ)”

ตอนนี้เตรียมร่างกาย กับคอนเสิร์ตยังไงบ้าง?

“ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เดินบนเครื่องเกือบทุกวัน ต้องมีวินัยมาก พอหยุดได้ 3-4 วัน เผละเลย ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ เรียกว่าเต็มที่กับคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพราะเขาทำให้เราขนาดนี้แล้ว เราจะมาเหยาะแหยะก็ไม่ได้ เขาจะต้องด่าเราแน่ๆ”

ได้มองไหมว่าเป็นเพราะอะไรถึงทำให้ ครอบครัวบุญสูงเนิน กลายมาเป็นครอบครัวนักร้อง?

“ตอบไม่ได้เลย เพราะทีแรกแม่เองก็ไม่ได้คิดจะเป็นนักร้อง เหตุผลที่ร้องเพลงครั้งแรกก็เพราะต้องหาเงินเรียนหนังสือ ส่วนน้องสาวคุณนิตยาเองก็เหมือนกัน เขาไม่คิดที่จะมาเป็นนักร้องเลย แต่เขาก็ชอบฟังเพลงมาก เขาก็ฟังๆๆ จนกระทั่งร้องเพลงได้ แล้วก็ตั้งวงดนตรีในโรงเรียน พอเริ่มมีชื่อเสียง มีคนเริ่มมาติดต่อ เราได้เงิน ทีนี้ก็เลยทำ ยิ่งน้องทอยเอง ยิ่งไม่คิดที่จะเป็นนักร้องเลย อยู่บ้านไม่เคยพูด เขาขี้อาย เวลามีแขกมาที่บ้านเขาไม่เคยได้เห็นหน้าเลย เพราะว่าเขาอยู่แต่บนห้อง ไม่เคยรู้ว่าเขาร้องเพลงได้ ไม่เคยรู้ว่าเขาเล่นดนตรี ไม่เคยรู้อะไรเลย จนกระทั่งเขาประกวดกีต้าร์ชนะเลิศ ถึงรู้ว่า อ้าว! ไปหัดเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วพออัลบั้มออก เราก็งง ว่าทำไมเขาร้องเพลงได้ เพิ่งรู้ว่าหลานร้องเพลงเป็น”

หลายคนมองว่าคาแรกเตอร์ของทอย เหมือนน้องสร้างขึ้นมาหรือเปล่า?

“เขาเป็นอย่างนี้ ยิ่งกว่านี้อีก อยู่บ้านยิ่งกว่านี้อีก จะได้เจอหน้ากันก็ตอนกินข้าว และกินข้าวก็จะไม่ได้พูดกัน ถ้าเกิดว่าเราถามเขา “ทอยวันนี้ทำอะไรลูก” เขาก็จะตอบคำหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้พูดกันเลย เสร็จแล้วเขาก็ขึ้นไปห้องเขา ไม่ได้แอ๊บ ไม่ได้ทำ นี่คือเรื่องจริง เขาเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง”

ที่มา: https://www.khaosod.co.th/entertainment