HotNews : JKN มั่นใจธุรกิจคอนเทนต์ขาขึ้น อัดงบลงทุนปีนี้เพิ่มเป็น 1 พันลบ.

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(15 มิถุนายน 2563) JKN ปรับเพิ่มงบลงทุนซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ปีนี้สูงถึง 1,000 ล้านบาท จากเดิม 800 ล้านบาท รับแนวโน้มธุรกิจค้าคอนเทนต์สดใสทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศอยู่ในช่วงขาขึ้น หลังประเมินผลงานไตรมาส 2/63 จะออกมาสุดแจ่ม จากดีมานต์ความต้องการซื้อพุ่ง

 

 

นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประกาศเพิ่มงบลงทุนซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในต่างประเทศเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท จากเดิมที่เตรียมงบไว้ 800 ล้านบาท หลังเห็นสัญญาณของตลาดลิขสิทธิ์คอนเทนต์ทั้งในและต่างประเทศที่เติบโตได้ดี โดยเฉพาะในไตรมาส 2/63 ที่ JKN มั่นใจว่าจะสร้างผลงานเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลในประเทศ เช่น ช่อง 8 ช่อง 3 ช่องเวิร์คพอยท์ ช่อง True4U และช่อง GMM25 ติดต่อซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์เพิ่มเติมแทนการผลิตรายการเอง เนื่องจากการซื้อคอนเทนต์สำเร็จรูปจาก JKN มีต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำกว่าการผลิตรายการเอง

 

 

เช่นเดียวกับตลาดต่างประเทศ ที่ JKN ประสบความสำเร็จในการปิดการขายปิดสัญญาการขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ซีรีส์ละครไทยจากช่อง 3 ได้เพิ่มเติมกับ บริษัท ‘มีเดีย คอร์ป’ สื่อทีวีดิจิทัลยักษ์ใหญ่ของประเทศสิงคโปร์เพื่ออากาศผ่านช่อง U และ meWATCH และปิดการขายกับ’ติ่มซำ’ ซึ่งเป็นสื่อยักษ์ใหญ่ที่มีแพลตฟอร์ม OTT ทั้งในประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศบรูไน ได้อีก 5 เรื่อง รวม 180 ชั่วโมง และปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศละตินอเมริกา ที่คาดว่าจะได้รับตอบรับที่ดีจากคู่ค้าเช่นกัน

 

 

“ปีนี้จะเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ JKN จากความต้องการซื้อคอนเทนต์ไปออกอากาศเพิ่มขึ้นในทุกช่องทาง ทำให้เราตัดสินใจเพิ่มงบลงทุนซื้อคอนเทนต์เป็น 1,000 ล้านบาท สูงสุดในรอบหลายปี เพื่อให้เราสามารถครอบครองลิขสิทธิ์คุณภาพจากแบรนด์ดังระดับโลก ไว้ตอบสนองความสุขและความบันเทิงให้แก่ผู้ชมคนไทยและต่างประเทศ ซึ่งแอนมั่นใจว่าจากแผนลงทุนในครั้งนี้ จะช่วยผลักดัน JKN เติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต” นายจักรพงษ์ กล่าว

 

 


บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์ว่า เชื่อมั่นว่าจะเริ่มเห็นการรับรู้รายได้จากต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 2Q20E สำหรับปี 2020E เราประเมินรายได้จากต่างประเทศที่ 622 ล้านบาท (+20% YoY) หรือมีสัดส่วนที่ 34% ของรายได้ทั้งหมด (ขยายตัวจากปี 2019 ที่ 31.5% ของรายได้ทั้งหมด) นอกจากนี้ เรายังมองว่า JKN จะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันที่รุนแรงของกลุ่มทีวีดิจิทัล ผู้ประกอบการยังคงได้รับความกดดันเรื่องค่าโฆษณา

 

 

จึงต้องพยายามลดต้นทุนคอนเทนต์ ซึ่งคอนเทนต์ของ JKN มีราคาต่ำกว่าเมื่อเทียบกับคอนเทนต์ที่ผลิตเอง ดังนั้น เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020E ที่ 277 ล้านบาท (+9.4% YoY) บนสมมติฐาน 1) รายได้ค่าลิขสิทธิ์ขยายตัว +9% YoY จากการขายคอนเทนต์ทั้งไทยและต่างประเทศ ไปให้ทีวีดิจิทัล และ OTT platforms ในต่างประเทศ, 2) Gross profit margin อยู่ ที่ 41.3% ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจาก 41.1% ในปี 2019 ปัจจุบัน JKN เทรดอยู่ที่ PER11.9x (ใกล้เคียง -1SD below 3-yr avg PER21.0x)

 

 

คงคำแนะนำ “ซื้อ” JKN ที่ราคาเป้าหมาย 6.40 บาท อิง PER 14.1x เทียบเท่า -0.75SD below 3-yr avg PER 21.0x โดยมองว่า JKN ยังมี upside จากรายได้ต่างประเทศที่ดีกว่าคาด, CNBC ที่ดีกว่าคาด

 

 

 บริษัทหลักทรัพย์ แนะนำ ทยอยซื้อ JKN ราคาพื้นาน ที่ 5.55 บาท คาดช่วงที่เหลือแนวโน้มยังดีสิ้น 1Q63 มี backlog รอส่งมอบ 282 ลบ. โดยที่ปิดการขายได้เพิ่มขึ้น และใกล้ปิดได้อีก ทั้งในและ ตปท. โดยในประเทศเน้น DTT ที่แนวโน้มยังดี และกลุ่ม VOD ที่ 1Q63 ไม่มีรายได้จะมีรายได้เข้า ส่วนในต่างประเทศมาจาการปิดการขายในมาเลเซีย จากเดิมที่เน้นขายในกลุ่ม CLMV

 

 


ปิดการขาย 2Q63 ดีต่อ 2H63: การปิดการขายใน 2Q63 ส่งผลดีต่อ 2H63 ที่รอส่งมอบงาน ในประเทศคาดปิด DTT อีก 1 ช่อง และ ตปท. มีประเทศใหม่ ๆ เข้ามาทั้งจากแอฟริกา, ลาตินอเมริกา และเอเชียใต้ช่วยเพิ่มการเติบโต ทาง JKN ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10-15% หากปิดการขายได้ดีอาจโตได้สูงกว่าเป้า

 



คงราคาพื้นฐาน 5.55 บาท แนะนำ “ทยอยซื้อ” : ถือเป็นบริษัทน้อยรายที่ได้ประโยชน์จาก COVID-19 ทำให้การขาย Content ดีขึ้น ยังคาดรายได้ +9.2% และกำไรปีนี้ที่ 281 ลบ. +11.3% ไว้ก่อน เพราะกำไร 1Q63 ที่โตส่วนหนึ่งมาจากกำไร Fx คงราคาพื้นฐาน 5.55 บาท ราคาหุ้นปรับขึ้นมาพอสมควร จึงลดคำแนะนำลงจาก “ซื้อ” เป็น “ทยอยซื้อ”

ที่มา W3Schools