JKN มั่นใจกำไรขั้นต้นแตะ 45% เดินหน้าเทรด SET เดือนพ.ย. นี้

JKN มั่นใจครึ่งหลังปี 63 โตต่อเนื่อง หลังขยายฐานลูกค้าใหม่ กลุ่มประเทศแถบลาตินอเมริกา และควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ คาดสิ้นปีกำไรขั้นต้นแตะ 45% ส่วนความคืบหน้าย้ายเข้าเทรด SET คาดเสร็จสิ้นภายในเดือนพ.ย. นี้


คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN มองภาพรวมการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2563 บริษัทยังเติบโตต่อเนื่องจากการจำหน่ายคอนเทนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มเติม รวมถึงมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยหนุนให้ผลงานปีนี้เติบโต 10-15%


สำหรับการขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ บริษัทมองกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพและวัฒนธรรมใกล้เคียงกับอินเดีย คือ กลุ่มประเทศแถบลาตินอเมริกา ได้แก่ บรูไน ไต้หวัน ศรีลังกา บังคลาเทศ แอฟริกาใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และภูฏาณ นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างเจรจากับอียิปต์  โดยคาดว่าสิ้นปี 2563 สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะอยู่ที่ราว 30-35% ทั้งนี้ มองว่าสัดส่วนรายได้ดังกล่าวจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับเป้าหมายที่ต้องการมีสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศเพิ่มเป็น 50% ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า


ส่วนการจำหน่ายคอนเทนต์ในประเทศ ในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการนำคอนเทนต์ใหม่ๆ เข้ามานำเสนอมากขึ้น ซึ่งคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือ สารคดี ขณะเดียวกันคอนเทนต์จีนน่าจะมีบทบาทมากขึ้น


ขณะเดียวกัน บริษัทยังบริหารและควบคุมลูกหนี้คงค้างได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของรายได้ โดยมีลูกหนี้การค้าทั้งในและต่างประเทศทยอยชำระคืนหนี้คงค้างมาอย่างต่อเนื่อง 


ด้านนายธีรภัทร์ เพ็ชรโปรี รองกรรมการผู้จัดการสายงานการเงินและบัญชี JKN กล่าวว่า คาดว่ากำไรขั้นต้นในปีนี้จะปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 45% และคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกในปี 2564 เนื่องจากต้นทุนลิขสิทธิ์รายการที่บริษัทซื้อมาในปี 2563 สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายคอนเทนต์ได้มากขึ้น ประกอบกับมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ หลังปรับกลยุทธ์ทำตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ ทดแทนการไปออกบูทในต่างประเทศ


ในส่วนของงบลงทุนเพื่อซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ใหม่ ปีนี้บริษัทตั้งไว้ประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท คาดว่าจะใช้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยปีหน้าคาดว่างบลงทุนจะปรับลดลงมาที่ 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการขยายตลาดในต่างประเทศด้วย 


ด้านความคืบหน้าการนำบริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) นั้น ปัจจุบันได้ยื่นเอกสารแบบไฟลิ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาจาก สำนักงาน กลต. คาดว่าบริษัทจะสามารถเข้าซื้อขายใน SET ได้ภายในเดือนพ.ย. นี้


“เป้าหมายที่ต้องการหลังย้ายเข้าซื้อขายใน SET เรามองเรื่องความมั่นคงและการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในด้านผลประกอบการและราคาหุ้น คาดหวังว่ากองทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศจะเข้ามาให้ความสนใจ JKN มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศอยู่แล้ว มีการพูดคุยทุกไตรมาส”


อย่างไรก็ตาม เรื่องราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาค่อนข้างมาก บริษัทมองว่าเป็นไปตามปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งที่ผ่านมาผลการดำเนินงานก็เติบโตได้ต่อเนื่อง

ที่มา : W3Schools