JKN18รับรู้รายได้เม.ย.นี้ ส่งออกคอนเทนท์เติบโต

ทันหุ้น – JKN รุกธุรกิจเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ระบุเตรียมพร้อมผลิตน้ำดื่มจากสารสกัด CBD หากไดรับอนุมัติ ต่อยอดธุรกิจคอนเทนท์ ในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 15-20% จากการรับรู้รายได้ Backlog ที่ยังมีมากพอสมควร ด้านสถานี JKN18 คาดว่าจะเริ่มรู้รายได้ตั้งแต่ในช่วงเดือน เม.ย.2564 เป็นต้นไป

นายธีรภัทร์ เพ็ชรโปรี  รองกรรมการผู้จัดการสายการเงินและบัญชี บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัท จะเน้นการทำ Commerce company ทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์ที่เป็น health and beauty ได้เเก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม Instinct (อินสติงท์) และ C-TRIA by Anne JKN (ซีเทรีย)

นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ด้านน้ำดื่มจะมีการศึกษาร่วมลงทุนผลิตน้ำดื่มจากสารสกัดจากกัญชา CBD ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการอนุมัติ ส่วนการก่อตั้งโรงงานที่บริษัทได้เข้าไปลงทุนนั้นเพื่อรองรับการขยายกำลังผลิตหลังจากมีลูกค้าหลายรายได้ติดต่อเข้ามาเพื่อจ้างผลิต (OEM) คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค.2564

โดยล่าสุด JKN ได้ร่วมทุนกับ บริษัท เอ็มเอ็น เบฟเวอเรจ จำกัด จัดตั้งบริษัท เจเคเอ็น เอ็มเอ็นบี จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มสมุนไพรสกัด และ เครื่องดื่มสมุนไพรสกัดผสมวิตามิน ภายใต้แบรนด์สินค้า CUPID (คิวปิด)

JKN18เริ่มรับรู้รายได้

สำหรับสถานี JKN18 ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างปรับผังรายการใหม่ นับตั้งแต่ที่บริษัทเข้าไปลงทุนซื้อกิจการ บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสต์ จำกัด เพื่อเข้าบริหารทีวีดิจิทัลช่อง NEW18 และหลังจากนี้จะมีการยิงโฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์ เนื่องจากบริษัทได้มีการเปลี่ยนโลโก้ช่องใหม่เป็น JKN18 คาดว่าจะเริ่มรู้รายได้ตั้งแต่ในช่วงเดือน เม.ย.2564 เป็นต้นไป

ด้านการเติบโตใน ธุรกิจคอนเทนท์โดยเฉพาะการส่งออก บริษัทมองว่าธุรกิจนี้ ยังสามารถเติบโตได้ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทยังมีคอนเทนท์ที่รอส่งมอบ(Backlog) มากพอสมควร ทางด้านของอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้ก็คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน โดยบริษัทพยายามหาคอนเทนท์ใหม่ ๆ เข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซีรี่ย์ จากฮอลลีวูด ยุโรป จีน ซึ่งน่าจะมีคอนเทนท์จากกลุ่มประเทศพวกนี้มาจำหน่ายในไทยมากยิ่งขึ้น

“ส่วนสถานการณ์ โควิด-19 ในรอบที่ 3 นี้บริษัทอาจจะไม่ได้เห็นผลกระทบมากนัก อีกทั้งในปีที่ผ่านมายังได้รับผลกระทบในมุมที่ค่อนข้างเป็นบวก จากการที่มีลูกค้าเพิ่มขึ้นมาก ส่วนในปี 2564 ในแง่ของลูกค้าสามารถปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ โควิด-19 ได้ดีขึ้น ทำให้ไม่มีอะไรน่ากังวล ซึ่งผลกระทบในมุมบวกปีนี้ก็คาดว่าจะไม่ได้มีมากมายเหมือนปีที่ผ่านมา” นายธีรภัทร์ กล่าว

ผลงานโตทุกกลุ่ม

อย่างไรก็ตามรายได้ของปีนี้ ด้านของธุรกิจคอนเทนท์ คาดว่า จะเติบโตได้ประมาณ 10% และในภาพรวมทุกธุรกิจก็คาดว่าน่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 10% เช่นเดียวกัน ซึ่งธุรกิจส่งออกคอนเทนท์น่าจะเติบโตประมาณ 15-20%

สำหรับด้าน Commerce company ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์จำนวน 2 กลุ่ม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม (health and beauty) คาดว่าจะมียอดขายปีนี้อยู่ประมาณ 400 ล้านบาท แล ผลิตภัณฑ์ด้านน้ำดื่ม (Beverage) คาดว่ายอดขายปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง JKN ว่าให้ราคาเป้าหมาย 13.40 บาท เพราะในช่วงไตรมาส 2/2564 จะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ โดยธุรกิจคอนเทนต์ยังดี จาก Backlog สิ้นปี 2563 ที่สูง 840 ล้านบาท อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และจะปิดดีล การ JV/M&A ทั้งธุรกิจเครื่องดื่ม, ธุรกิจ H&B และเข้าซื้อช่อง 18 (NEW18) สำหรับธุรกิจใหม่บริษัทตั้งเป้ารายได้ 550 ล้านบาท โดยจะมีออกสินค้าใหม่ๆ เพิ่ม

ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้คาดกำไรปี 2564 ไว้ระดับ 479 ล้านบาท เติบโตราว 53% จากปีก่อน เพื่อตอบรับฐานธุรกิจที่กว้างขึ้น รวมทั้งบริษัทยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จึงทำให้ฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน

ที่มา : W3Schools