Executive Talk | บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน)

มีนาคม 2561

กรุณาอธิบายประวัติความเป็นมาของ JKN

เราเริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวที่เป็นร้านเช่าวีดีโอ ตอนดิฉันกลับมาเมืองไทยเมื่อปี 2542 เราเริ่มจากการทำสารคดี Walking with Dinosaurs ของ BBC ซึ่งเราติดต่อโดยตรงไปที่ BBC เพื่อขอเป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย แต่ร้านเช่าวีดีโอรายส่วนใหญ่ตอนนั้นไม่มีใครทำ เพราะคนไม่ชอบดูสารคดี ดิฉันเลยคิดนอกกรอบโดยการติดต่อไปที่ TV Direct เพื่อจำหน่ายวีดีโอนี้ผ่านเครือข่าย Home Shopping ผลลัพธ์คือเราขายไปเกือบ 1 ล้านม้วน ด้วยความสำเร็จนี้ ดิฉันจึงติดต่อไปที่ National Geographic และ Discovery Channel เพื่อขอถ่ายทอดรายการของ 2 ช่องนี้ในประเทศไทย โดยใช้เสียงพากย์ของคนดัง และทำการประชาสัมพันธ์โดยใช้ดารานักแสดง ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่มากในตอนนั้น ต่อมาในปี 2548 เราเริ่มขายคอนเท้นท์ให้กับสื่อต่างๆ เช่น GMM Grammy แมงป่อง ซึทาย่า เป็นต้น ซึ่งนำไปสู่การที่ผู้ก่อตั้ง GMM Grammy มาเริ่มต้นกิจการ JKN ร่วมกับดิฉัน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามีการขยายกิจการมาโดยตลอด มีการนำซีรี่ส์จากญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, BBC, Discovery Channel, National Geographic และ Hollywood เข้ามาให้ผู้ชมชาวไทยได้ชม สุดท้าย เมื่อมีการเปิดตัวทีวีดิจิตอล GMM Grammy ก็ขายหุ้น JKN ให้กับดิฉันในปี 2556 และในปี 2557 นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับตัวดิฉันเองและ JKN มีการขยายการเติบโตโดยนำคอนเท้นท์จากทั่วโลกเข้ามาและมีการผลิตรายการเองสำหรับออกอากาศในประเทศและทั่วโลกอีกด้วย

โครงสร้างธุรกิจของ JKN เป็นอย่างไร?

ในฐานะที่เป็นผู้นำในธุรกิจจัดจำหน่ายคอนเท้นท์จากทั่วโลก เรานำเสนอคอนเท้นท์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชมในทุกแพลตฟอร์ม คอนเท้นท์หลายๆ รายการที่เราทำจะเป็นลักษณะของ Output Deals ผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว โดยเน้นเลือกคอนเท้นท์จากเจ้าของรายการเอง และเรายังได้ลิขสิทธิ์จำหน่ายคอนเท้นท์ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมาร์และลาวอีกด้วย นอกจากนั้น เราผลิตคอนเท้นท์ของเราเองด้วย เราพัฒนารายการสร้างชื่อสำหรับประเทศไทย My King and My Queen สำหรับช่อง National Geographic เราเชื่อว่าความภาคภูมิใจของชาวไทยเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การแบ่งปันให้กับโลกได้รับรู้ ด้วยเราเป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรมอันรุ่งเรือง และเรามีความภาคภูมิใจที่เป็นผู้สร้างคอนเท้นท์เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เป็นรายแรก

เหตุผลที่ JKN ตัดสินใจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์คืออะไร?

เราวางแผนจะทำสถานีรายการข่าว CNBC Thailand และทำรายการภายใต้แบรนด์ CNBC ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ NBC ในสหรัฐอเมริกา ตัวรายการมีโครงสร้างและสไตล์เดียวกับ CNBC แต่เราจะใช้พิธีกรชาวไทยสำหรับรายการที่ออกอากาศในช่อง JKN CNBC นอกจากรายการข่าว CNBC Thailand และคอนเท้นท์อื่นจาก CNBC แล้ว เรายังได้ลิขสิทธ์ในการแก้ไข แปล และพากย์ภาษาไทยสำหรับรายการของ CNBC ที่ผลิตและออกอากาศในระดับนานาชาติอีกด้วย ตอนนี้เราได้ขายลิขสิทธ์นี้ให้กับช่อง 3 และ Bright TV เรียบร้อยแล้ว และในอนาคต เราวางแผนจะจัดจำหน่ายคอนเท้นท์ให้กับสถานีโทรทัศน์และสื่อช่องทางอื่นเพิ่มเติมด้วย

เทคโนโลยีมีผลกระทบต่อธุรกิจของคุณอย่างไร?

เรื่องนี้นับเป็นบทเรียนครั้งสำคัญสำหรับ JKN เลยทีเดียว ในอดีตเราขายวีดีโอ ซึ่งต่อมากลายเป็น VCD, DVD และบลูเรย์ตามลำดับ และระดับราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ นำไปสู่การแบกความเสี่ยงในการเก็บสต็อคสินค้าที่เป็นเทคโนโลยีแบบเก่ามากเกินไป ด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้ เราจึงเริ่มตระหนักว่าเราควรวางตัวเป็นผู้จัดหาคอนเท้นท์เพราะเทคโนโลยีมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โลกเปลี่ยนตลอดเวลา และเราไม่สามารถหยุดยั้งหรือเปลี่ยนแปลงความจริงนี้ได้ เราต้องปรับตัวและทำธุรกิจต่อไป ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ตาม คอนเท้นท์เป็นสิ่งสำคัญ ผู้บริโภคยังมีความต้องการเสพคอนเท้นท์ เรียนรู้ประสบการณ์และการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ และรับความบันเทิงอยู่เป็นปกติ

ดังนั้นเมื่อเรามองไปที่โรงภาพยนตร์ DVD อุปกรณ์ดิจิตอล นิตยสาร สื่อสังคม โทรศัพท์มือถือ ช่องและสถานีโทรทัศน์ ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นช่องทางหรืออุปกรณ์ที่นำคอนเท้นท์สู่ผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ แทนที่เราจะลงไปแข่งกับผู้เล่นรายใหญ่ในแต่ละช่องทางที่กล่าวมา เราควรเป็นผู้จัดหาคอนเท้นท์ให้กับพวกเขามากกว่า

JKN มีแนวทางในการเลือกคอนเท้นท์มานำเสนอผู้ชมอย่างไรบ้าง?

การเลือกคอนเท้นท์เป็นทักษะที่ดิฉันและทีมงานมีอยู่ในตัว ด้วยประสบการณ์อันยาวนาน เราเข้าใจว่าผู้ชมชาวไทยต้องการคอนเท้นท์แบบไหน ดังนั้น JKN จึงเป็นผู้จัดหาคอนเท้นท์อันดับหนึ่งของเมืองไทย คนไทยชอบดูละครชีวิต ผจญภัยและสยองขวัญ นอกจากนั้นยังมีตลาดรองรับในส่วนของสารคดีประวัติศาสตร์ สัตว์ป่า ท่องเที่ยวและอาหารที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยอีกด้วย เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงไลฟ์สไตล์ของคนมีฐานะและคนดัง แต่รายการเช่นการประกาศผลรางวัล Oscars, Golden Globes หรือ Downton Abbey ไม่ค่อยเป็นที่สนใจเท่าไรนัก ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องเข้าใจวัฒนธรรมและแนวความคิดของผู้ชม ภายในองค์กรเราวางระบบไว้สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะขึ้นมาทำหน้าที่ในการเลือกคอนเท้นท์ที่เหมาะกับประเทศไทย บางครั้งทีมงานที่เป็นผู้ตัดสินใจอาจต้องปรับรสนิยมของตนเองให้สูงขึ้นหรือลดลงเพื่อที่จะมั่นใจว่าเราเลือกคอนเท้นท์ที่เหมาะกับผู้ชมหมู่มาก

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ JKN แตกต่างจากคู่แข่ง?

ความถ่อมตัวและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ทดลองวิธีการใหม่ และการคิดนอกกรอบ เป็นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น ก่อนจะเริ่มโปรเจคใหม่ๆ เราใช้ความคิด วางแผน ทำความเข้าใจ และทำให้เรามั่นใจว่าการใช้จ่ายหรือลงทุนทุกอย่างได้ถูกดำเนินการอย่างรอบคอบและสร้างผลตอบแทนที่ดีกลับมา ไม่ว่าจะในระยะเวลา 1 ปีหรือ 10 ปี เป้าหมายของเราคือการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเราไม่ได้พูดถึงแค่ตลาดประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่เรากำลังพูดถึงตลาดระดับโลก และการที่เรามีผลิตภัณฑ์ที่ใช่ คอนเท้นท์ที่ใช่ และคู่ค้าที่ใช่ เป็นปัจจัยที่จะส่งให้เราประสบความสำเร็จในการสร้างอาณาจักรคอนเท้นท์ระดับโลกได้ในอนาคต

อะไรคือความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจ JKN มากที่สุด?

จุดสำคัญที่เราเน้นย้ำคือทีมงานสามารถบรรลุศักยภาพที่มีได้ ซึ่งเราได้วางโครงสร้างและกระบวนการทำงานที่จำเป็นเอาไว้แล้ว เพื่อที่จะแน่ใจว่าเราสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืน สิ่งที่เราคิดว่าเป็นเรื่องยอดเยี่ยมก็คือเรามีทีมงานที่มีศักยภาพ ซึ่งอาจจะอายุยังน้อยแต่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเรียนรู้และมีไฟที่จะประสบความสำเร็จไปกับเรา

คุณมองอนาคตของ JKN ในอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างไรบ้าง?

เป้าหมายของเราก็คือการเป็นบริษัททำคอนเท้นท์อันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเรากำลังเดินไปสู่จุดนั้น อาทิเช่น การเปิดตัวละครจากฟิลิปปินส์ ซึ่งเราเป็นรายการแรกในประเทศไทย เรามีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลและมีความตั้งใจดำเนินธุรกิจต่อไปในอนาคต วัฒนธรรมก็คือคอนเท้นท์ และคอนเท้นท์ก็คือ DNA ของดิฉัน เป็นความเชี่ยวชาญของบริษัทเรา และดิฉันเชื่ออย่างแท้จริงว่าการทำงานหนักอย่างเสมอต้นเสมอปลายและการทุ่มเทจะช่วยให้เราสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในภูมิภาคนี้ได้แน่นอน


The Executive Talk Interview จัดทำโดย ShareInvestor ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในเอเชียด้านสื่อออนไลน์ทางการด้านเงินและเทคโนโลยี และมีเครือข่ายนักลงทุนสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถส่งอีเมล์มาที่ admin.th@shareinvestor.com เว็บไซต์: www.ShareInvestorThailand.com